Frequently Asked Questions

พาลูกมาเนอร์เซอรรี่แล้วร้องไห้

การที่เด็กร้องไห้เมื่อมาอยู่ที่เนอร์เซอรี่เพราะว่าความไม่คุ้นเคยกับสถานที่และคนแปลกหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่อายุเกิน 1.5 ขวบขึ้นไปจะปรับตัวได้ยากกว่าเด็กเล็ก ๆ อย่างไรก็ตามช่วงเวลาปรับตัวของเด็กส่วนมากจะใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ มักจะดีขึ้นในวันที่ 2 และ 3 สิ่งที่ปกครองจะช่วยได้คือ มารับเด็กตรงเวลาเสมอ นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ควรพูดถึงเนอร์เซอรี่ในแง่บวกเสมอ ไม่ควรพูดถึงในแง่ของการลงโทษ เช่นว่าถ้างอแงจะพาไปอยู่เนอร์เซอรี่ หรือ พูดไม่รู้เรื่องจะทิ้งไว้ที่เนอร์เซอรี่เลย เป็นต้น เพราะจะส่งเสริมให้เด็กเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อการมาที่เนอร์เซอรี่ หรือ ต่อเนื่องถึงการไปโรงเรียน สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณพ่อคุณแม่จะต้องให้ความไว้วางใจในตัวคุณครูพี่เลี้ยง และต้องมีความเชื่อมั่นว่าลูกจะปรับตัวได้ การร้องไห้เป็นเรื่องปกติในระยะแรก การที่คุณแม่มาอยู่เฝ้าเด็กที่เนอร์เซอรี่ จะทำให้เด็กปรับตัวได้ยากมากขึ้น บางครั้งคุณแม่รู้สึกเป็นห่วงมาก สามารถโทรมาสอบถามได้ เด็กบางคนร้องไห้เมื่อคุณพ่อคุณแม่เดินจากไป แต่พอเด็กเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ขับรถออกไปแล้วก็จะเงียบเอง คุณพ่อคุณแม่ควรทำให้เด็กรู้สึกว่าการมาเนอร์เซอรี่เป็นเรื่องปกติ เดี๋ยวตอนเย็นแม่ก็จะมารับแล้ว และไม่ลังเลที่เดินออกไป วันต่อ ๆมาเด็กก็จะไม่ร้องตามแล้วเพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ใช่การพรากจากกัน

 
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.threenursenursery.com/faq.php
อยากให้ลูกมาเนอร์เซอรี่แต่กลัวลูกป่วย

เด็กที่อยู่บ้าน เมื่อมาอยู่เนอร์เซอรี่ ในระยะแรกอาจป่วยได้ โดยเฉพาะเด็กโต ส่วนโต ส่วนเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนจะไม่ค่อยป่วยเพราะยังได้รับนมแม่อยู่ซึ่งมีภูมิคุ้มกันโรคให้ เนอร์เซอรี่มีนโยบายป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคดังนี้ • เด็กที่ป่วยไม่ควรพามาที่เนอร์เซอรี่ ควรให้พักอยู่บ้านจนกว่าจะหายดี • เด็กป่วยควรพาไปพบแพทย์โดยเร็ว • เด็กป่วยเป็นโรคติดต่อห้ามพามาที่เนอรี่ จนกว่าจะพ้นระยะติดต่อ • เด็กป่วยเป็นโรคติดต่อห้ามพามาที่เนอร์เซอรี่ จนกว่าจะพ้นระยะติดต่อ • เด็กที่มาอยู่เนอร์เซอรี่ ควรได้รับวัคซีนพื้นฐานครบตามกำหนดทุกครั้ง และควรได้รับวัคซีนอีสุกอีใส IPD และโรต้าเพิ่มเติม

 
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.threenursenursery.com/faq.php